Archive for the ‘ธรรมะในชีวิตประจำวัน’ Category

การรักษาศีล

การรักษาศีล….คือการรักษาศีลธรรม ที่ต้องทำกันให้เป็นปกติ ศีลนั้นมีหลายระดับตั้งแต่ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 และศีล 227 ซึ่งการรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีทีสูงขึ้นกว่าการให้ทานซึ่งการถือศีลก็ยังได้บุญมากน้อยต่างกันไปตามลำดับของศีลดังนี้ การให้อภัยทาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 5 แม้จะได้ถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม การถือศีล 5 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 8 แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม การถือศีล 8 แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 10 คือการบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาแม้จะบวชมาได้แต่เพียงวันเดียวก็ตาม การบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แล้วรักษาศีล 10 ไม่ให้ขาด ไม่ด่างพร้อย แม้จะนานถึง 100 ปี ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร 227 แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม

ความท้อแท้ อย่านำมาขังใจให้เกิดทุกข์

“เราต้องรู้จักเรียนรู้ ความทุกข์ สนุกที่จะยกมันออกจากใจ และ ถ่ายเทมันออกไปจากชีวิต”   คนเราทุกวันนี้ใช้ชีวิตกันหนักขึ้น หนักในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่ต้องเรียนหนัก หรือว่าทำงานหนัก อาจจะรวมไปถึงการอยู่ร่วมกับคนในสังคม การร่วมใช้ความรักกับคนรัก หรือไม่ก็เรื่องเที่ยวเตร่สรวลเสเฮฮาด้วยก็ได้ พอคนเราเอาชีวิตไปใช้กับอะไรหนักๆ แบบนั้นแล้ว เมื่อหันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงความเหนื่อย ความอ่อนล้า ความท้อแท้ใจ เหนื่อยมากๆเข้า สักพักมันก็กลายเป็นความทุกข์ ทุกข์ที่ถูกสะสมเลยทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว ใจเลยคว้างไม่มีหลักยึด และไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เรียนหนักก็ทุกข์ ทำงานหนักก็ทุกข์ มีความรักก้อยังทุกข์ อยู่กับคนหมู่มากยิ่งเป็นทุกข์ เที่ยวกลางคืนที่ดูเหมือนจะสนุก สุดท้ายแล้วบางทีต้องเก็บความทุกข์กลับบ้านไปด้วย นี่ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ เลยขออนุญาตหยิบเอาคำพูดดีๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ในหนังสือก้าวแห่งอย่างแห่งปัญญามาบอกเล่าต่อ เพื่อจุดประกายความคิดให้กับคนที่กำลังเป็นทุกข์ ได้มองเห็นความจริงอะไรบางอย่าง แม่ชีศันสนีย์ กล่าวว่า… ทุกข์มีไว้ให้เห็น ทุกข์ไม่มีไว้ให้เป็น คนส่วนมากมักจะ “เป็น” ทุกข์ มีเพียงส่วนน้อยที่จะ “เห็น” ทุกข์

อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ

ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ ของ ดร.สนอง วรอุไร กล่าวถึง อุบายทำให้จิตสงบ 10 ประการ ดังนี้ 1. มักน้อย ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติเราต้องมักน้อย ปรารถนาน้อย เหมือนพระที่พอใจในอัฐบริขารเพียง 8 ประการ เมื่อมักน้อยแล้วจิตจะนิ่งง่าย เพราะสิ่งกระทบใจให้เกิดความโลภ โกรธ หลงลดน้อยลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการกิน หากรู้จักกินอย่างพอดี เพียงแค่พอให้ร่างกายนี้อยู่ได้เพื่อปฏิบัติธรรม ความอิ่มที่พอดีย่อมจะเกื้อกูลการปฏิบัติ ไม่ใช่สร้างความง่วงเหงาหาวนอนมาขัดขวาง เหมือนกับการกินจนพุงกางด้วยความมักมาก หรือติดใจในรสชาติแล้วกินมากจนเกินอิ่ม

เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง

แม้เงินจะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่สามารถทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น แม้เงินจะซื้อสิ่งของเครื่องใช้มาสนองความต้องการได้ แต่มิได้หมายความว่าจะทำให้คนเรามีความสุขเพิ่มขึ้น และการที่มีเงินเพิ่มขึ้น 1 เท่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น 1 เท่า เงินซื้อทุกสิ่งไม่ได้ ดังนั้น จงอย่าทำทุกสิ่งเพื่อเงิน แต่จงทำเพื่อความสุขใจและสร้างคุณค่าของสิ่งนั้นๆ แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ก็ตาม แล้วชีวิตของเราก็จะชุ่มชื่นมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินตรา “It is not how much we have, but how much we enjoy, that makes happiness.” “มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะมีมากเท่าใด แต่การมีความสุขขึ้นอยู่กับว่า เราพอใจแค่ไหน” • เงินสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่ใช่บ้าน (ครอบครัว) • เงินสามารถซื้อเตียงได้ แต่ไม่ใช่การนอนหลับ • เงินสามารถซื้อนาฬิกาได้ แต่ไม่ใช่เวลา • เงินสามารถซื้อหนังสือได้ แต่ไม่ใช่ความรู้ • เงินสามารถซื้อตำแหน่งได้ แต่ไม่ใช่ความนับถือ • เงินสามารถจ่ายค่าหมอได้ แต่ไม่ใช่การมีสุขภาพที่ดีได้ [...]

คนเราเกิดมาเพื่ออะไร

คนเราเกิดมาเพื่ออะไร หลายๆคนคงยังเกิดคำถามนี้ในใจนะครับ เราเกิดมาเพื่อ  ๑. ขั้นสูงสุด (ปรมัตถ์) เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ที่สุดแล้ว เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี สั่งสมความดีจนเกิดและเจริญขึ้นเป็นบารมี บารมีเต็มขั้นเพียงใดก็ทำที่สุดแห่งทุกข็ได้ บรรลุเป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้า นี้คือจุดประสงค์สูงสุด พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ก่อนที่ท่านจะตรัสรู้ จะบรรลุธรรมอันวิเศษนี้ ได้ ท่านก็เหมือนเราๆ ท่านๆ นี่ละ คลำทางไม่ถูก ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เวียนว่ายตายเกิด ในอัตตภาพต่างๆ เป็นหญิงเป็นชาย ทำดี ทำชั่ว ทำบุญ ทำบาป เป็นคน เป็นสัตว์ สุขบ้างทุกข์บ้าง เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต ฯลฯ เป็นมาทุกอย่างแล้ว… จนเกิดปัญญา หาข้อยุติว่า เราเกิดมาแล้วมันก็เท่านี้เอง จะเกิดมาเป็นคน ได้ยศสูง เป็นกษัตริย์ เป็นนายพัน เป็นเจ้าคนนายคน จนเป็นคนเทหยากเยื้อเชื้อฝอยข้างถนน มันก็ไม่คงที่ซักที่ เกิดเป็นอะไร มันก็ตายยหมด ทิ้งหมดเลยยยย… จับอะไรเอาเป็นสาระแก่นสารไม่ได้เลยยยยย… ตัวตนที่แท้จริงเราอยู่ไหนกันละ เราเป็นใครกันแน่ ถึงตอนนี้ซักอยากจะหาความเป็นแก่นสารสาระให้กับตนแล้ว ความเป็นตัวเป็นตนเราจริงๆ [...]

การเจริญสติแบบง่ายๆในชีวิตประจำวัน

การ เจริญสตินี้ต้องทำมากๆ ทำบ่อยๆ นั่งทำก็ได้ นอนทำก็ได้ ขึ้นรถลงเรือทำได้ทั้งนั้น เวลาเรานั่งรถเมล์ นั่งรถยนต์ก็ตาม เราเอามือวางไว้บนขา พลิกขึ้นคว่ำลงก็ได้ หรือเราไม่อยากพลิกขึ้นคว่ำลง เราเพียงเอานิ้วมือสัมผัสนิ้วอย่างนี้ก็ได้ สัมผัสอย่างนี้ให้มีความตื่นตัว ทำช้าๆ หรือจะกำมือเหยียดมืออย่างนี้ก็ได้ ไปไหนมาไหนทำเล่นๆ ไป ทำมือเดียว อย่าทำพร้อมกันสองมือ ทำมือขวา มือซ้ายไม่ต้องทำ ทำมือซ้าย มือขวาไม่ต้องทำ เรา ทำการทำงานอะไรให้มีความรู้สึกตัว เช่น เราเป็นครูสอนหนังสือ เวลาเราจับดินสอเอามาเขียนหนังสือ เรามีความรู้สึกตัว เขียนหนังสือไปแล้วเราก็รู้ อันนี้เป็นการเจริญสติแบบธรรมดาๆ เป็นการศึกษาธรรมะกับธรรมชาติ เวลาเราทานอาหาร เราเอาช้อนเราไปตักเอาข้าวเข้ามาในปากเรา เรามีความรู้สึกตัว ในขณะที่เราเคี้ยวข้าว เรามีความรู้สึกตัวว่ากลืนข้าวเข้าไปในลำคอไปในท้อง เรามีความรู้สึกตัว อันนี้เป็นการเจริญสติ คำ ว่า “ให้ทำอยู่ตลอดเวลานั้น” (คือ) เราทำความรู้สึกตัว ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน ล้างถ้วยล้างจาน เขียนหนังสือหรือซื้อขายก็ได้ เพียงเรามีความรู้สึกเท่านั้น แต่ความรู้สึกอันนี้แหละมันจะสะสมเอาไว้ทีละเล็กละน้ อย เหมือนกับเราที่มีขันหรือมีโอ่งน้ำ ฝนตกลงมา ตกทีละนิด [...]

คิดดี คิดในแง่บวก จาก หลวงพ่อดีเนาะ

พระเทพวิสุทธาจารย์ (หลวงปู่ดีเนาะ) วัดมัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.อุดรธานี พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ อดีตสมภารวัดป่าชิคาโก แสดงธรรมไว้หลายธรรมมาสน์คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย (สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี) ฟังแล้วติดใจ เอามาพิมพ์เป็นหนังสื่อ ชื่อ หักหอกเป็นดอกไม้ เรื่องหนึ่งที่ท่านเทศน์ เป็นเรื่องของหลวงพ่อวัดหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อลือชากันว่า ท่านเป็นพระที่มีแต่ความสุข ไม่เคยมีความทุกข์ วัน หนึ่ง โยมมานิมนต์ท่านไปเทศน์ที่บ้าน บอกท่านว่าจะมารับแต่เช้า หลวงพ่อก็นั่งรอจนสายโยมก็ไม่มาสักที

ปฏิทิน-ปฏิธรรม 2555 โดย ว.วชิรเมธี

เราพลิกปฏิทินเพื่อดู วัน เดือน ปี และระบุกำหนดนัดหมายหลากหลายกิจกรรมของชีวิต ลงบนปฏิทินอยู่เสมอ นอกจากนี้แล้ว ในบางกรณี วันเดือนปีในปฏิทินก็ถูกใช้ในฐานะ เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการรอคอย สำหรับใครบางคนกับบางภารกิจ ดูเหมือนว่าประโยชน์ที่เราได้รับจากปฏิทินจะมีอยู่เพียงแค่นั้น เป็นเวลานานเหลือแสนที่เราพลิกปฏิทิน แต่เราไม่เคยพลิกชีวิต จะเกิดอะไรขึ้น หากทุกครั้ง ทุกวัน และทุกเดือนที่เราพลิกปฏิทิน เรามีสิทธิ์พลิกวิธีที่เราคิด วิธีที่เราพูด วิธีที่เราทำงาน และวิธีที่เราดำรงชีวิตให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พลิกปฏิทิน พลิกชีวิต

ธรรมะกับความรัก

สำหรับบุคคลทั่วไป ที่ยังเรียกตัวเองว่าเป็น “คน”นั้น ย่อมเป็นผู้ที่ยังมีความวุ่นวายในใจอยู่นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็จะก่อให้เกิดปัญหา และเกิดความวุ่นวายอยู่ร่ำไป เรามักจะเคยได้ยิน พุทธดำรัสที่ว่า ” ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ” เพราะเหตุใดจึงตรัสเช่นนั้น ก็เนื่องจากว่า การที่เรามีความรัก อะไรก็ดูสวยงามไปหมด ณ เวลานั้น ความสุขย่อมก่อเกิดแก่เรา แต่ในวันที่เราผิดหวัง หรือความรักเริ่มจืดจางลงไป ความทุกข์ก็เริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ความสุข ดังนั้นเราจึงต้องมาเรียนรู้ว่า การมีความรักอย่างไร จึงจะก่อให้เกิดความสุขแก่เราได้ แล้วทุกท่านคิดว่า มีวิธีใดบ้างที่สามารถทำให้เรามีความรักอย่างยั่งยืนได้บ้าง นอกจากการหันมาพึ่งทางธรรม แต่หลายคนมักคิดว่า ” ธรรมะ ” เป็นเรื่องของคนแก่ หรือผู้สูงอายุที่ต้องเข้ามาเรียนรู้ หรือใส่ใจ ถ้าวัยรุ่น คนหนุ่มสาวคนใด หลงเข้ามาสนใจในธรรม มักจะถูกมองว่าเป็นคนคร่ำครึ ล้าหลัง หรือเป็นคนไม่ทันสมัย หัวโบราณบ้าง แต่ที่จริงแล้ว ” ธรรมะให้อะไรกับเรามากมาย ” และไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนหนุ่มสาวหรือผู้สูงอายุ ทุกชนชั้น ย่อมสามารถได้รับความสุขจากการเข้ามาเรียนรู้หรือปฏิบัติธรรม (ซึ้งในรสพระธรรม) ได้เช่นเดียวกัน เดี๋ยวจะมาเขียนต่อนะค่ะ ตอนนี้หิวข้าวแล้วค่ะ มาต่อกันเลยนะค่ะ [...]

7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ให้ข้อคิดในหลักธรรมแห่งการดำเนินชีวิต ในหนังสือชุด “มหัศจรรย์แห่งชีวิต” ประกอบด้วย ซีดี และหนังสือรวบรวมแนวคิด ซึ่งผู้ฟังและผู้อ่านสามารถนำข้อคิดที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาความทุกข์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ในสถานการณ์ปัจจุบัน กับภาวะเครียดที่รุมเร้าคนไทย ทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ   สำหรับ 7 หลักคิดในเชิงบวก ที่สามารถหยิบมาเป็นยาชูกำลังใจในยามท้อแท้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยใน 7 หลักคิด มีข้อคิดดีๆ อีก 7 ข้อ เป็นพลังมหัศจรรย์ของ 7×7 ได้แก่ 1. ความคิดดีๆ เป็นที่มาแห่งความสุข แน่นอนว่าเมื่อเรามีความคิดดีๆ โลกก็จะดีตามอย่างที่เราคิด ดังที่ท่านว่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “โลกเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมองโลก หากมองโลกในแง่ดี ชีวิตมีแต่สิ่งรื่นรมย์ หากมองโลกในแง่ร้าย ชีวิตมีแต่ความวุ่นวายและทุกข์ระทม” 2. ปัญญาดีย่อมมีความสุข คนมีปัญญาย่อมใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเพื่อให้พ้นทุกข์ ดังนั้น สำหรับคนมีปัญญา วิกฤตอยู่ไหน ปัญญาอยู่นั่น ส่วนคนด้อยปัญญา โอกาสอยู่ไหน วิกฤตอยู่นั่น จงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนอุปสรรคเป็นอุปกรณ์ [...]